วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2555

ไหว้พระวิเศษฯ












โดยกลุ่มเพลงสยาม : Siam Music Group
บรรเลงธรรม เป็นโครงการบันทึกบทเพลงบรรเลงทางฆ้องวงใหญ่ เพลงโบราณควรค่าแก่การอนุรักษ์เพื่อเป็นหลักฐานระดับชาติ รวมถึงการสร้างสรรค์บทเพลงไทยร่วมสมัย ที่มีท่วงทำนองน้อมนำเข้าสู่ความสุข สงบร่มเย็น เห็นธรรม

บรรเลงธรรม ไหว้พระวิเศษ คือสารคดีโทรทัศน์ชุดปฐมฤกษ์ ความยาวตอนละ 30 นาที ที่จะพาท่านผู้ชมที่สนใจใฝ่ธรรม ได้เสมือนร่วมท่องเที่ยวเดินทางไปไหว้พระ สิ่งศักดิ์สิทธิ์มหามงคล ณ วัดวาอารามในย่านวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง จำนวนอย่างน้อย 15 วัด/ตอน โดยมีเสียงบรรเลงฆ้องวงใหญ่หรือเสียงดนตรีไทยอันไพเราะจากฝีมือศิลปินอาวุโสท้องถิ่นวิเศษชัยชาญประกอบสารคดีโทรทัศน์

ทั้งนี้บรรเลงธรรม ไหว้พระวิเศษฯ จะนำเผยแพร่ผ่านรายการสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ที่มีความสนใจให้ความอนุเคราะห์พื้นที่เวลาการออกอากาศ

สำหรับผู้มีจิตศรัทธาสนับสนุนการสร้างสรรค์สื่อสารคดีโทรทัศน์จะได้รับวิดีทัศน์ “บรรเลงธรรมไหว้พระวิเศษฯ”
เพื่อนำไปแจกจ่ายมอบให้แก่ญาติสนิทมิตรสหาย หรือถวายเป็นธรรมทานกับวัดวาอาราม ย่านวิเศษชัยชาญ(ทั้ง 15 วัด) เพื่อให้นักท่องเที่ยว สาธุชนที่มากราบไหว้ได้มีโอกาสได้นำกลับไปชื่นชม เพื่อความสุขร่มเย็นเห็นธรรมต่อไป

ทั้งนี้โครงการบรรเลงธรรม “ไหว้พระวิเศษฯ” ยังเป็นต้นแบบของการนำเสนอสารคดีสร้างสรรค์ชุดบรรเลงธรรมไหว้พระในท้องถิ่นอื่นๆ จังหวัดต่างๆทั่วไทยและ บรรเลงธรรม “ไหว้ ๙ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไทย”


วัตถุประสงค์
1. เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนโครงการบรรเลงธรรม ในท้องถิ่น จังหวัดภูมิภาคอื่นๆตามความเหมาะสมต่อไป
2. เพื่อบันทึกเพลงไทยทางฆ้องวงใหญ่ที่สำคัญไว้เป็นหลักฐานของชาติไทยต่อไป
3. เพื่อโครงการนำร่องส่งเสริมการท่องเที่ยวไหว้พระในเขตอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทองต่อไป



ผู้สนับสนุนได้รับ

1.ประธานโครงการ : หรือผู้สนับสนุนหลัก [Main Sponsor]
สนับสนุนจำนวน 180,000 บาท
• จะได้รับอภินันทนาการภาพเก่าหายาก หลวงพ่อเต่า (พระครูธรรมพิริยะคุณ) วัดน้ำพุสิทธาราม จำนวน 3 ภาพ
• จะได้รับวิดีทัศน์ “บรรเลงธรรมไหว้พระวิเศษฯ” จำนวน 500 ชุด / แผ่นละ 250 บาท รวมมูลค่า 125,000 บาท


2.ผู้ร่วมสนับสนุนกิจกรรม [Co. Sponsor]
สนับสนุนจำนวน 18,000 บาท
• จะได้รับวิดีทัศน์ “บรรเลงธรรมไหว้พระวิเศษฯ” จำนวน 50 ชุด / แผ่นละ 250 บาท รวมมูลค่า 12,500 บาท


รูปแบบการนำเสนอ สารคดีโทรทัศน์ความยาว 30 นาที/ตอน

ช่องทางการออกอากาศ Free TV / ทีวีดาวเทียม : ตัวอย่าง ของดีประเทศไทย, SHOW, ลายไทย ฯลฯ
นำเสนอ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง

กลุ่มเป้าหมาย ผู้สนใจธรรมมะ นักท่องเที่ยวเดินทางแสวงบุญไหว้พระ
ผู้สนใจดนตรีไทย และเยาวชนคนรุ่นใหม่

ผู้ดำเนินรายการกิตติมศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญปราชญ์ท้องถิ่น หรือผู้สนับสนุนกิจกรรม

ผู้ดำเนินรายการ คมสันต์ สุทนต์
ผู้ดำเนินรายการไทยโชว์ และบางบรรเลงเพลงระนาด
สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสThai PBS
http://www.thaipbs.or.th/thaishow

ผลที่คาดว่าได้รับ
1. มีทุนหมุนเวียนเบื้องต้น เพื่อโครงการบรรเลงธรรม ในท้องถิ่น จังหวัดอื่นๆ
2. ได้บันทึกเพลงไทยทางฆ้องวงใหญ่ที่สำคัญไว้เป็นหลักฐานของชาติไทย
3. เกิดกระแสการท่องเที่ยวเทศกาลไหว้พระต้นแบบในเขตอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง

เนื้อหาหลัก
ประวัติความเป็นมาของแต่ละวัดโบราณสถาน / แหล่งท่องเที่ยว / สิ่งศักดิ์สิทธิ์ / เกจิอาจารย์-พระเครื่อง / ธรรมมะ

กิจกรรมต่อเนื่อง
1.พาสื่อมวลชนไหว้พระวิเศษ ผลักดันให้เกิดเทศกาลไหว้พระวิเศษฯ “1 สัปดาห์ในแต่ละปี ทุกวัดพร้อมใจเปิดรับ
นักท่องเที่ยว”
2. ต่อยอดสร้างสรรค์ “สารคดีโทรทัศน์และหนังสือ –เที่ยวอย่างคนวิเศษฯ-ไหว้พระอ่างทอง-เที่ยวอ่างทอง ”

วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ระนาดลิเกวิเศษ คมสันต์ สุทนต์ บันทึกความทรงจำ



ระนาดลิเก วิเศษฯ

โหมโรงระนาดลิเก วิเศษฯ
เรื่องราวของระนาดลิเก วิเศษฯ (วิเศษชัยชาญ)เกิดขึ้นจากที่ผมต้องค้นหาข้อมูลเพื่อถ่ายทำรายการบางบรรเลงเพลงระนาด ก่อนหน้านั้นปลายปี 2554 เกิดมหาอุทกภัยจังหวัดแถบภาคกลางอาทิ นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง อยุธยา เป็นต้น ล้วนแต่เป็นแหล่งคณะลิเกที่สำคัญๆทั้งนั้น ผมและทีมงานถ่ายทำจึงตั้งใจหนีน้ำไปถ่ายทำระนาดลิเกโคราช เพราะที่นั่นน้ำไม่ท่วมและถือเป็นชุมชนลิเกขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศไทย มีเรื่องราวขออดีตพระเอกลิเกพ่อเต็ก เสือสง่า, ครูบุญยัง เกตุคง ศิลปินแห่งชาติ และศิลปินลิเกอีกเกือบกว่า 100 คณะ***

แต่ด้วยเงื่อนไขบางประการ เหมือนบุพเพสันนิวาสที่ผมต้องมาเป็นผู้ดำเนินรายการตอนนี้ แล้วต้องกลับมาตั้งหลักถ่ายทำแถบท้องถิ่นภาคกลาง

ผมจึงนั่งทบทวนโจทย์ใหม่ เล็งว่าน่าจะเป็นอยุธยากับอ่างทอง ที่ว่าเป็นอยุธยาก็เพราะนึกถึง พ่อครูหอมหวล นาคศิริ(พ.ศ2442.-พ.ศ.2521) อ.บ้านแพรก กับพระพร ภิรมย์หรือ บุญสม อยุธยา(พ.ศ.2471-พ.ศ.2553) อ.พระนครศรีอยุธยา ที่ถือว่าเป็นตำนานลิเก เมื่อสืบถามหาคนระนาดในยุคนั้น ก็มีลุงลือ เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนระนาดลิเกคู่ใจพระพร ภิรมย์ก็คือคุณครูกำนันสำราญ เกิดผล ศิลปินแห่งชาติ(พ.ศ.2470-ปัจจุบัน) บางบรรเลงเพลงระนาด ก็นำเสนอท่านไปแล้ว ตอนระนาดประชันคู่กับครูพินิจ ฉายสุวรรณ ศิลปินแห่งชาติ (พ.ศ.2474-ปัจจุบัน)

ผมจึงมาหาจุดโฟกัสใหม่เป็นแถบ ป่าโมก วิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง พูดถึงป่าโมก อ่างทองใครๆก็ต้องนึกถึง คุณไชยา มิตรชัย ,ลิเกเด็กกำพร้าวัดสระแก้ว, คุณโน้ต เชิญยิ้มฯลฯ ภาพความทรงจำตอนเด็กๆของผมมันผุดขึ้นมา
ท่ารถ ป่าโมกในอดีตทจะมีป้ายคณะลิเกทาด้วยสีโปสเตอร์สะท้อนแสงบนแผ่นไม้อัดใหม่บ้างเก่าบ้างบอกชื่อคณะลิเกพร้อมเบอร์โทรติดต่อเยอะๆๆๆๆมาก, เห็นแล้วต้องคิดว่าว่าโลกนี้มีแต่ลิเก หรืออย่างไร? ในอดีตจะมีคุณลุง(เขาว่าเป็นพระเอกตกยาก)แต่งชุดลิเกมาร้องราชนิเกลิงขอเงินผู้โดยสารต่างถิ่น เป็นเหมือน Presenter ประจำท่ารถป่าโมก เดี๋ยวนี้ไม่หลงเหลือบรรยากาศแบบนั้นแล้วครับ

ส่วนที่วิเศษชัยชาญนี่ก็ไม่เบา มีทั้งศิลปินแห่งชาติ คุณครูบุญเลิศ นาจพินิจ และพระเอกเงินล้านอาจารย์พงษ์ศักดิ์ สวนศรี ผมว่าถ้าต้องเจาะลึกถ่ายทำกันจริงๆ 5 ตอนก็จะไม่จบเพราะข้อมูลสนุกๆน่าสนใจเยอะแยะมาก
ที่สำคัญประเด็นของเราคือ ระนาดลิเก ไม่ใช่พระเอกลิเกครับ

แล้วระหว่างอำเภอป่าโมก กับอำเภอวิเศษชัยชาญ ที่ไหนล่ะจะมีข้อมูลความน่าสนใจ คนระนาดลิเกที่เป็นต้นเรื่องได้มากกว่ากัน ?
ด้วยเหตุผลหลักนี้ ผมและทีมงานถ่ายทำจึงขอเลือกนำเสนอ ระนาดลิเกวิเศษฯ เป็นกรณีศึกษา

คนต้นเรื่อง ระนาดลิเก วิเศษฯ
คนต้นเรื่องหลักที่ใครๆก็ลงความเห็นว่า เป็นคนระนาดลิเกตัวจริง และเป็นต้นแบบระนาดลิเกยุคเวทีลอยฟ้าซะด้วยก็คือพี่แก่ หรือคนในวงการเขาจะเรียกกันว่า สมชาย พิกุลทอง ซึ่งเป็นเพื่อนรักระนาดคู่คิด อาจารย์พงษ์ศักดิ์ สวนศรี พี่แก่เป็นตระกูลระนาดลิเกโดยสายเลือด ย้อนไปตั้งแต่รุ่นครูฟอง บ้านดาบ-ปู่-พ่อ ก็เป็นรุ่นที่ 4 แล้วได้ฝึกฝนจนลูกชายเป็นนักระนาดลิเก รุ่นที่ 5

คนต้นเรื่องสมทบอีกสองท่านคือ ลุงพยอม พันธุ์ไม้ อดีตระนาดลิเกวิกเมื่อ 50 ปีก่อน แต่ตอนนี้ยกเครื่องปี่พาทย์ให้หลานชาย แล้วมาใช้ชีวิตอย่างพอเพียง เล่นระนาดไหว้ครู ระนาดเครื่องมอญ ละครแก้บน ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่า ลุงยอม เรียกชื่อสั้นๆเพื่อความเป็นกันเอง เป็นนักระนาดที่ตีรับละครได้เพราะถูกใจผมที่สุด

ส่วนอีกท่านหนึ่งคือ ลุงปิ่น ศรแก้ว คณะนายไปล่ ระนาดลิเกอาวุโสแห่งเมืองวิเศษชัยชาญ สมัยเมื่อ 60 ปีก่อนลิเกคณะไหนมาเยือนถิ่นวิเศษ ต้องออกใบจองตัวลุงปิ่น ไปตีรับร้องทุกครั้ง จะไม่ให้เป็นเต็งหนึ่งได้อย่างไรเพราะตอนหนุ่มได้เรียนวิชาระนาดกับ พ่อครูพริ้ง ดนตรีรส, ครูฟอง บ้านดาบ(พ่อบุญธรรม), ครูสำรวย แก้วสว่าง
เล่นลิเกประจำวิกกรุงเทพฯ และเป็นคู่ประชันกินกันไม่ลงอีกท่านหนึ่งของครูไก่-สืบสุด ดุริยประณีต

คนระนาดลิเกวิเศษฯ ยังไม่ได้มีเท่านี้ ลุงชิด สุกใส บ้านยี่ล้น ตีระนาดไหวจัด ตอนนี้อายุมากแล้วเป็นโรคเบาหวาน, ลุงช่วย บ้านยี่ล้น ตีลิเกบางครั้ง(เป็นศิษย์ท่านครูหลวงประดิษฐ์ไพเราะ) เดี่ยวระนาดลาวแพน เพราะเหมือนระนาดจะพูดได้ ตอนนี้ยังสอนเด็กๆในท้องถิ่น, ลุงประจิม สิทธิโชค วัดขุมทอง(เป็นลูกศิษย์ของครูชื้น ดุริยประณีต), พ่อนุ่น-วิชัย โพธิ์ระย้า(เสียชีวิตแล้ว) เป็นศิษย์รักของลุงปิ่น
แต่ถ้าโยงไปถึงระนาดประชันคนวิเศษฯ จะต้องนึกถึง ครูผู้ใหญ่ประเสริฐ สดแสงจันทร์ ฉายาสิงห์สามจังหวัด

โปรดติดตาม ระนาดลิเก วิเศษฯ ตอนต่อไป

• เปิดเรื่องระนาดลิเกที่วัดม่วง“ไหว้พระวิเศษ” ใหญ่ที่สุดในโลก
• ไปหาพี่แก่ ระนาดลิเกที่วัดนางชำ
• ครูบุญเลิศ นาจพินิจ พระเอกระนาดลิเก ฯลฯ

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

คมสันต์พาไปคุยกับ ก๊กเฮง จำอวดรุ่นบุกเบิก ในบางบรรเลงเพลงระนาด 20 กุมภาพันธ์นี้

คมสันต์พาไปคุยกับ ก๊กเฮง จำอวดรุ่นบุกเบิก ในบางบรรเลงเพลงระนาด 20 กุมภาพันธ์นี้
คมสันต์ สุทนต์ผู้ดำเนินรายการ พาคุณผู้ชมไปพูดคุยเคล้าเสียงฮากับจำอวดอาวุโสยุคบุกเบิกวัย 90 ปี ก๊กเฮง- ครูเฉลิมศักดิ์ พุกกะณะสุต เพื่อรู้ที่มาของคำว่า “ระนาดจำอวด” และไปเที่ยวบ้านจำอวดใจดีเมืองเพชรบุรี ลุงเล็ก-ครูชนะ ชำนิราชกิจ ศิลปินครบเครื่องเรื่องร้องรำทำเพลง ปิดท้ายด้วย “ระนาดตลก คาเฟ่” ข้ามยุค พี่ปู ดอกกระโดน-ครูบุญสร้าง เรืองนนท์ ในรายการบางบรรเลงเพลงระนาด ตอนระนาดจำอวด วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 23.00 น.(ห้าทุ่ม) ทาง ไทยพีบีเอส







คมสันต์ สุทนต์ เล่าให้ฟังถึงบางบรรเลงฯ และความหมายของคำว่า ระนาดจำอวด ตอนนี้ว่า
“ระนาดจำอวด ตอนนี้เป็นตอนประวัติศาสตร์ที่ไม่อยากให้คนไทยพลาดชม ความรื่นรมย์ร่ำรวยอารมณ์ขันของสามศิลปินจำอวด-ตลกชั้นครู ที่จะมาเล่าเรื่องราวเคล้าเสียงฮา เรียกรอยยิ้มได้เกือบ 1 ชั่วโมงเต็ม..
จำอวด ผมว่าน่าจะมาจากคำว่า “จำมาอวด” (คมสันต์ สุทนต์) มีที่มาจากสวดคฤหัสถ์ในงานศพ อาจจะเป็นเครือญาติกับตลกลิเก, ตลกหลวง, ตลกโขน, ตลกเสภา, เบญจพรรณ..

ระนาดจำอวด น่าจะมีจุดเริ่มต้นมาจาก จำอวดคณะดอกจันทร์ ที่ครูยรรยงค์ โปร่งน้ำใจ(จมูกแดง) ล้อเลียนการประชันปี่พาทย์ ของวงปี่พาทย์วังบูรพาฯ มีจางวางศร(หลวงประดิษฐไพเราะ-ศร ศิลปบรรเลง) กับวงปี่พาทย์บางขุนพรหม จางวางทั่ว (คุณครูจางวางทั่ว พาทยโกศล) ท่านครูทั้งสองเป็นผู้ควบคุมวง ในยุคสมัยนั้นเป็นที่เลื่องลือกันกล่าวขานกันทั้งพระนคร
ครูยรรยงค์ก็หยิบมาแสดงล้อเลียน โดยตั้งชื่อแทนเสียใหม่ว่า “จางวางเพลิง” แล้วแต่งตัวสีแดงแจ๊ดติดเหรียญตราเต็มจนล้นอกซึ่งชื่อตัวจำอวดนี้น่าจะหยิบมาจาก ชื่อจางวางเพลิง ใน พลนิกร กิมหงวน ของ ป. อินทรปาลิต”

คมสันต์กล่าวสรุป พร้อมปิดท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า

“สิ่งที่น่าแปลกและทึ่งคือ จุดเริ่มต้นของระนาดจำอวด มาจากเรื่องราวการประชันปี่พาทย์ เหมือนอย่างในละครเรื่อง โหมโรง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตจริงของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ครับ

พลาดชมตอนนี้จะเสียใจไปทั้งชาติ รายการบางบรรเลงเพลงระนาด ตอนระนาดจำอวด วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 23.00 น.(ห้าทุ่ม) ทาง ไทยพีบีเอส“แล้วคุณ..จะรักระนาด ทุกชาติไป”
รู้จัก “ระนาดจำอวด” เพิ่มเติมได้ที่ : http://ranadjamauad.blogspot.com/

วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2555

วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555

หอศิลป์พุทไธสวรรย์ หอศิลป์มีชีวิตลอยน้ำ วิถีพอเพียง

หอศิลป์พุทไธสวรรย์มีเจตนารมย์ก่อเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปะ ร่วมสมัยแห่งอยุธยา กำเนิดบนพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์

หอศิลป์พุทไธสวรรย์จัดสร้างในเขตพุทธาวาสเก่าและโรงเรียนสำนักดาบพุทไธสวรรย์ วัดภูเขาทอง ซอย ๙ กว้าง 2 ไร่
อันเคยเป็นสมรภูมิตั้งรับข้าศึกฝั่งพระนคร มีคลองมหานาคอยู่ด้านหน้า แม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ด้านหลัง ฝั่งตางข้ามเยื้องกับวัดท่าการ้อง
จึงมองเห็นทัศนยภาพของแม่น้ำลำคลอง พระมหาเจดีย์วัดภูเขาทอง พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช รวมถึงบ้านเรือนวิถีชีวิตชาวอยุธยาไทยพุทธ ไทยมุสลิมที่อยู่กันอย่างผูกพันธ์กลมเกลียวมายาวนาน ได้อย่างอบอุ่นใกล้ชิด เสมือนได้ย้อนยุคกลับไปสู่สมัยรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยา
















วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

คมสันต์ สุทนต์ เชิญสัมผัสไอหนาวใน บางบรรเลงเพลงระนาด ตอนระนาดล้านนา




คมสันต์ สุทนต์ผู้ดำเนินรายการเชิญสัมผัสไอหนาวใน บางบรรเลงเพลงระนาด ตอนระนาดล้านนา ฟังสำเนียงเพลงป๊าดก้อง(ปี่พาทย์เมือง) แล้วร่วมหาคำตอบว่าเสียง“ระนาดล้านนา”คงอยู่หรือเปลี่ยนไป กับวงรักษ์ศิลปเชียงใหม่ ที่ยืนหยัดสืบทอดท่วงทำนองปี่พาทย์ล้านนนา จากคุ้มเจ้าหลวง พระราชชายา เจ้าดารารัศมี

สัมผัสเรื่องราวของคนระนาดวัย 83 ปี พ่อครูสวัสดิ์ ต่ายพูล ศิษย์ครูรอด อักษรทับ คนระนาดฆ้องลือชื่อแห่ง วังบางคอแหลม ในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรี ราเมศวร์ ซึ่งมีครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) เป็นครูประจำวง

ตามไปดูครูสวง ต่ายพูล และช่างระนาดสุวิทย์ ต่ายพูลทายาทพ่อครูและศิษย์ ต่อสู้เพื่อให้ปี่พาทย์ล้านาอยู่รอดในงานทรงเจ้า, ถนนคนเดินเชียงใหม่ฯ ปิดท้ายนานาทัศนะระนาดเมืองเหนือกับพ่อครูคำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติ

สัมผัสไอหนาวและสำเนียงล้านนาใน “บางบรรเลงเพลงระนาด ตอนระนาดล้านนา” วันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2555 เวลา 23.00 น.(ห้าทุ่ม) ทาง ไทยพีบีเอส “แล้วคุณ..จะรักระนาด ทุกชาติไป”

คมสันต์ สุทนต์ บางบรรเลงเพลงระนาด หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน




ขอบกราบพระคุณพี่สื่อมวลชนทุกท่านนะครับ ที่ช่วยเมตตาเผยแพร่ข่าวสารรายการที่ดีมีประโยชน์นะครับ
คมสันต์วรรณวัฒน์ สุทนต์ 18 มกราคม 2555